5 จุดเช็กที่สำคัญที่สุดในช่วงหน้าหนาว
5 จุดเช็กที่สำคัญที่สุดในช่วงหน้าหนาว
เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิที่ลดต่ำลง ทำให้บรรยากาศเหมาะแก่การพักผ่อนและยังตรงกับช่วงวันหยุดเทศกาลเฉลิมฉลองต่างๆ อย่างเช่นวันตริสมาส วันขึ้นปีใหม่ ช่วงนี้จึงทำให้ผู้คนต่างเดินทางกลับบ้าน และท่องเที่ยวไปต่างจังหวัดโดยเฉพาะแถบโซนภาคเหนือนั่นทำให้หลายท่านจำเป็นต้องขับรถทางไกลเพื่อไปสัมผัสอากาศหนาวเย็นบนพื้นที่สูง บางครั้งก็อาจเจอสภาพอากาศที่แปรปวนทั้งลมแรง หมอกลงจัด หรือแม้กระทั่งมีฝนตกปรอยจนถนนลื่น ดังนั้นการตรวจเช็กรถยนต์ก่อนออกเดินทางจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อการเดินทางบนท้องถนนที่ปลอดภัย และลดการเกิดอุบัติเหตุ

- แบตเตอรี่รถยนต์ (หัวใจสำคัญ)
อากาศเย็นจะทำให้ปฏิกิริยาเคมีในแบตเตอรี่ทำงานได้ช้าลง และต้องใช้กำลังไฟมากขึ้นในการสตาร์ทเครื่องยนต์
วิธีเช็ก: ตรวจดูคราบขี้เกลือบริเวณขั้วแบตเตอรี่ หากสตาร์ทติดยากหรือไฟหน้าดูหรี่ลง ควรนำไปเช็กแรงดันไฟที่ศูนย์บริการ

- ระบบส่องสว่างและไฟตัดหมอก
หน้าหนาวมักมาคู่กับ “หมอกลงจัด” ในช่วงเช้าหรือบนดอยสูง ซึ่งทัศนวิสัยจะต่ำมาก
วิธีเช็ก: ตรวจสอบไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรก และที่สำคัญคือ ไฟตัดหมอก ว่าใช้งานได้ครบทุกดวงหรือไม่ หากโคมไฟขุ่นมัว ควรขัดทำความสะอาดเพื่อให้แสงส่องสว่างได้เต็มประสิทธิภาพ

- ระบบน้ำหล่อเย็น (Coolant)
หลายคนเข้าใจผิดว่าหน้าหนาวไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อน แต่จริงๆ แล้วน้ำยาหล่อเย็นมีคุณสมบัติช่วยลดจุดเยือกแข็งและป้องกันสนิมในหม้อน้ำด้วย
วิธีเช็ก: ตรวจสอบระดับน้ำในถังพักน้ำสำรองให้อยู่ในระดับที่กำหนด และตรวจสอบว่ามีรอยรั่วซึมตามท่อยางหรือไม่

- ลมยางและสภาพยางรถยนต์
เมื่ออุณหภูมิลดลง ความดันลมยางจะลดลงตามไปด้วย (อากาศหดตัว) ซึ่งอาจทำให้หน้ายางสัมผัสพื้นถนนไม่สม่ำเสมอ กินน้ำมัน และเสี่ยงต่อยางระเบิดได้ง่ายขึ้น
วิธีเช็ก: ควรเติมลมยางให้มากกว่าปกติประมาณ 1-2 PSI จากค่ามาตรฐาน และเช็กดอกยางว่ายังลึกพอที่จะยึดเกาะถนนที่อาจลื่นจากน้ำค้างได้ดี

- ระบบปัดน้ำฝนและน้ำฉีดกระจก
ฝ้าและน้ำค้างที่เกาะกระจกหน้าในช่วงเช้าอาจทำให้มองไม่เห็นทาง
วิธีเช็ก: ตรวจดูยางปัดน้ำฝนว่าแข็งกระด้างหรือฉีกขาดไหม และอย่าลืมเติมน้ำในถังฉีดกระจก (แนะนำให้หยดน้ำยาล้างกระจกเล็กน้อยเพื่อช่วยขจัดคราบไขมันจากละอองหมอก)
เคล็ดลับการขับขี่ที่ปลอดภัยในหน้าหนาว
วอร์มเครื่องยนต์ก่อนออกตัว: สตาร์ทรถทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที เพื่อให้น้ำมันเครื่องไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้ทั่วถึงก่อนเริ่มขับ
การเปิดไฟตัดหมอก: ควรเปิดเฉพาะเมื่อทัศนวิสัยต่ำกว่า 50 เมตร และ ปิดทันที เมื่อหมอกจางลงเพื่อไม่ให้รบกวนสายตาเพื่อนร่วมทาง
ระวังถนนลื่น: ช่วงเช้ามืดจะมีน้ำค้างเกาะผิวถนน ทำให้ถนนลื่นเหมือนมีน้ำมันเคลือบ ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าปกติ
ข้อควรระวัง: หากขับรถขึ้นเขาลงเขาที่ชันและคดเคี้ยว ควรใช้เกียร์ต่ำเพื่อใช้ Engine Brake ช่วยชะลอรถแทนการเหยียบเบรกแช่เป็นเวลานาน เพื่อป้องกันอาการ “เบรกไหม้” นะครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ทำไมรถถึงสตาร์ทติดยากเฉพาะในช่วงที่อากาศเย็น?
-
คำตอบ: เพราะอากาศเย็นทำให้ปฏิกิริยาเคมีในแบตเตอรี่ทำงานช้าลงและจ่ายไฟได้น้อยลง ประกอบกับน้ำมันเครื่องจะมีความหนืดมากขึ้นในช่วงอุณหภูมิต่ำ ทำให้มอเตอร์สตาร์ทต้องใช้กำลังมากกว่าปกติในการหมุนเครื่องยนต์
2. การเติมลมยางในช่วงหน้าหนาว ควรเติมให้ “แข็ง” หรือ “อ่อน” กว่าปกติ?
-
คำตอบ: แนะนำให้เติม “แข็งกว่าปกติประมาณ 1-2 PSI” ครับ เนื่องจากอากาศเย็นจะทำให้ความดันในยางหดตัวลง (ลมยางจะอ่อนลงเองโดยธรรมชาติ) การเติมเผื่อไว้เล็กน้อยจะช่วยให้สมรรถนะการขับขี่คงที่และประหยัดน้ำมันครับ
3. ไฟตัดหมอกหลัง จำเป็นต้องเปิดไหม และเปิดเมื่อไหร่?
-
คำตอบ: เปิดเฉพาะเมื่อหมอกลงจัดจนมองเห็นรถคันหน้าได้ไม่เกิน 50 เมตรครับ หากหมอกไม่หนามาก “ห้ามเปิดค้างไว้” เพราะไฟตัดหมอกหลังมีความสว่างสูงมาก จะทำให้คนขับรถตามหลังตาพร่าและเกิดอุบัติเหตุได้
4. น้ำมันเครื่องเบอร์เดิมที่ใช้ตอนหน้าร้อน ยังใช้ในหน้าหนาวได้ไหม?
-
คำตอบ: ในประเทศไทยสามารถใช้เบอร์เดิมได้ตามคู่มือรถครับ เพราะอุณหภูมิบ้านเราไม่ได้ติดลบจนทำให้น้ำมันเครื่องกลายเป็นไขเหมือนต่างประเทศ สิ่งที่สำคัญกว่าคือ “ระดับน้ำมัน” ต้องไม่ขาดครับ
เอกสารใช้จัดสัญญา ทุกรุ่น!!
– สำเนาบัตรประชาชน
– สำเนาทะเบียนบ้าน
– สำเนาสมุดบัญชี หรือเอกสารยืนยันรายได้ ย้อนหลัง 6 เดือน เฉพาะที่โตโยต้ากาญจนบุรี ทั้ง 3 สาขา
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร : 081-736-4525 (ต๋อง)
คุณสามารถติดตามข่าวสารดีๆเกี่ยวกับรถได้แบบฟรีๆ ที่
Line@ Click > >
@toyotakan1995
เพื่อน ๆ สามารถติดตามข่าวสาร โปรโมชั่นดีดีจากโตโยต้ากาญจนบุรี รวมถึงสาระดี ๆ เกี่ยวกับการดูแลรถและขับขี่รถอย่างปลอดภัย ได้ที่ โตโยต้ากาญจนบุรี นะคะ
