เช็กด่วน! แบตรถยนต์ของคุณยัง “ไหว” หรือใกล้ “ขิต”?
วิธีดูเช็คแบตเตอรี่รถยนต์ ง่ายๆ
เคยไหมครับ? กำลังจะขับรถไปทำงานตอนเช้า หรือกำลังจะกลับบ้านหลังจากเหนื่อยมาทั้งวัน แต่พอขึ้นรถบิดกุญแจแล้วมีแต่เสียง “แชะๆๆ” เครื่องยนต์นิ่งสนิท… ใช่ครับ แบตเตอรี่รถยนต์ของคุณกลับบ้านเก่าไปเสียแล้วปัญหานี้ป้องกันได้ง่าย ๆ ถ้าเราหมั่นเช็กอายุและสภาพของแบตเตอรี่อยู่เสมอ วันนี้เราจะพาไปดูวิธีตรวจเช็กแบบเข้าใจง่ายที่ใคร ๆ ก็ทำได้ครับ
โดยทั่วไปแล้ว แบตเตอรี่รถยนต์จะมีอายุการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5 ถึง 2 ปี (หรือประมาณ 20,000 – 40,000 กิโลเมตร) ขึ้นอยู่กับประเภทของแบตเตอรี่ พฤติกรรมการขับขี่ และการดูแลรักษา
วิธีเช็กอายุและสภาพแบตเตอรี่
- ดูจากวันที่บนตัวแบตเตอรี่ (Date Code):
ร้านแบตเตอรี่ส่วนใหญ่จะทำสัญลักษณ์ไว้บนตัวแบตตอนที่เราเปลี่ยน เช่น ตอกรูระบุเดือน/ปี หรือเขียนด้วยปากกาเคมี ให้ลองเปิดฝากระโปรงรถแล้วมองหาสัญลักษณ์นี้ดู จะรู้ทันทีว่าแบตคันนี้ใช้งานมานานเท่าไหร่แล้ว - เช็กจากตาแมว (Indicator):
แบตเตอรี่กึ่งแห้งและแบบแห้งส่วนใหญ่จะมี “ตาแมว” หรือช่องกระจกใส ๆ ให้เราส่องดูสถานะ:-
- สีน้ำเงิน/เขียว: แบตเตอรี่ยังดีอยู่
- สีขาว: แบตเตอรี่เริ่มอ่อน ควรชาร์จไฟเพิ่ม
- สีแดง/ใส: แบตเตอรี่เสื่อมหรือน้ำกลั่นแห้ง ต้องเปลี่ยน
-
- สังเกตความเข้มข้นของน้ำกลั่น (สำหรับแบตน้ำ):
หากเป็นแบตเตอรี่แบบน้ำ ให้เปิดฝาทุกช่องเพื่อดูระดับน้ำกลั่น ถ้าน้ำกลั่นลดลงบ่อยผิดปกติ หรือน้ำมีลักษณะขุ่น ดำ แปลว่าแบตเตอรี่เริ่มเสื่อมสภาพแล้ว - ใช้เครื่องวัดแรงดันไฟฟ้า (Voltmeter):
หากมีมิเตอร์วัดไฟ ให้วัดตอนดับเครื่องยนต์:- 12.4 – 12.6 โวลต์: แบตเตอรี่สมบูรณ์ดี
- ต่ำกว่า 12.0 โวลต์: แบตเตอรี่เริ่มอ่อนหรือเสื่อมสภาพ
สัญญาณเตือน “ใกล้หมดอายุขัย”
- สตาร์ทเครื่องยนต์ติดยาก เสียงลากยาวกว่าปกติในตอนเช้า
- ระบบไฟในรถเริ่มหรี่ลง เช่น ไฟหน้าไม่สว่างเท่าเดิม หรือไฟในห้องโดยสารสลัว
- กระจกไฟฟ้าเริ่มเลื่อนขึ้น-ลง ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
- แอร์ไม่ค่อยเย็นตอนที่รถจอดนิ่งติดไฟแดง แต่จะเย็นขึ้นเมื่อรถวิ่ง
ที่มา : https://www.toyotasure.com/contentdetail/contentdetailsui
FAQ :
-
- 1A: โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5 – 2 ปี หรือประมาณ 20,000 – 40,000 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับประเภทของแบตเตอรี่และพฤติกรรมการใช้งานรถยนต์
-
- 2A: ไม่ต้องเติมตลอดอายุการใช้งานครับ แบตเตอรี่ประเภทนี้ถูกออกแบบมาให้ปิดสนิทเพื่อลดการระเหยของน้ำ จึงเหมาะกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลรถ
-
- 3A: เพราะถ้ารถจอดนิ่ง ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในรถ เช่น กล่อง ECU ระบบกันขโมย หรือนาฬิกา ยังคงดึงไฟจากแบตเตอรี่ไปใช้ทีละนิดตลอดเวลา เรียกว่าอาการ “ไฟรั่วตามธรรมชาติ” (Parasitic Drain) แนะนำให้สตาร์ทรถทิ้งไว้ 15-20 นาที สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
-
- 4A: ไม่ใช่ครับ ไฟรูปแบตเตอรี่สีแดงหมายถึง “ระบบไดชาร์จ (Alternator) มีปัญหา” ไม่สามารถจ่ายไฟเข้ามาเก็บในแบตเตอรี่ได้ หากไฟนี้ขึ้นให้รีบปิดแอร์ ปิดไฟหน้า (ถ้าเป็นกลางวัน) และขับรถเข้าอู่ที่ใกล้ที่สุดทันที ก่อนที่ไฟในแบตเตอรี่จะหมดแล้วรถดับ
-
- 5A: มี 3 สาเหตุหลักคือ 1. ลืมเปิดไฟในรถทิ้งไว้ 2. ไดชาร์จเสื่อมสภาพทำให้ไม่เก็บไฟ หรือ 3. มีกระแสไฟฟ้ารั่วในระบบ (เช่น เครื่องเสียงหรืออุปกรณ์แต่งรถที่เดินสายไฟไม่ดี)
สอบถามเพิ่มเติมหรือนัดหมายได้ที่ Call Center 034-540789 ได้เลยค่ะ
คุณสามารถติดตามโปรโมชั่น ข่าวสารดีๆ แบบฟรีๆ ได้ที่
Line@ Click > >
@toyotakan1995
หากบทความนี้ดีมีประโยชน์ อย่าลืมกดปุ่มแชร์ด้านล่างให้เพื่อนๆของคุณกันนะคะ !