5 ทริคเปิดแอร์รถให้เย็นวาร์ป ประหยัดน้ำมันชัวร์!
🌡️5 ทริคเปิดแอร์รถให้เย็นวาร์ป แบบมือโปร 🚗❄️
ขึ้นรถตอนแดดจัดทีไร เหมือนเดินเข้าเตาอบทุกที! หลายคนติดนิสัย “ขึ้นปุ๊บ เร่งแอร์เบอร์แรงสุดปั๊บ” รู้ไหมว่านี่คือตัวการทำแอร์พังไว แถมสูบน้ำมันแบบสุดๆ เพราะคอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักข้ามขั้นเพื่อสู้กับความร้อนสะสม
โตโยต้ากาญจนบุรี มีเคล็ดลับเปิดแอร์ให้เย็นเร็ว ถนอมเครื่องยนต์ และเซฟเงินในกระเป๋ามาฝากกันค่ะ
ทำไมไม่ควรเร่งแอร์ทันที?
-
แอร์พังไว: คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักทันทีเพื่อรีดความร้อนออก ส่งผลให้เสื่อมสภาพเร็ว
-
กินน้ำมัน: เครื่องยนต์ถูกฉุดกำลังมากขึ้นเพื่อปั่นคอมเพรสเซอร์ ทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยใช่เหตุ
-
เย็นช้า: ในช่วงแรกแอร์จะเป่าได้เพียงลมร้อนออกมา เพราะสู้กับอุณหภูมิสะสมไม่ไหว
5 ขั้นตอนเปิดแอร์ให้เย็นเร็วและประหยัดน้ำมัน
เปลี่ยนพฤติกรรมของทุกท่าน มาทำตาม 5 ขั้นตอน ง่ายๆ เพื่อรถของคุณที่จะเย็นฉ่ำเร็วขึ้น และช่วยประหยัดน้ำมันอีกด้วย !
- เริ่มระบายความร้อนในรถก่อน และอย่าเพิ่งรีบกดปุ่ม A/C
ก่อนอื่นเลย เมื่อเราขึ้นรถแล้วให้เราลดกระจกลงเพื่อให้อากาศร้อนภายในรถถ่ายเท จากนั้น เปิดเฉพาะพัดลมแอร์ในระดับแรงที่สุด ขับรถออกไปช้า ๆ สัก 1-2 นาที ถึงจะกดปุ่ม A/C วิธีนี้คือการไล่อากาศร้อนที่สะสมอยู่ในห้องโดยสาร และในช่องแอร์ออกไปให้ได้มากที่สุด เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการ ทำให้รถเย็นเร็ว!
- ปิดกระจก แล้วค่อยเปิด A/C
หลังจากอากาศร้อนในรถถูกถ่ายเทออกไปแล้ว ให้ปิดกระจกทุกบาน และกดปุ่ม A/C เพื่อให้คอมเพรสเซอร์แอร์เริ่มทำงานตอนนี้ระบบจะสามารถดูดอากาศ ที่อุณหภูมิลดลงแล้วมาทำความเย็นต่อได้ทันที ทำให้ห้องโดยสารเย็นเร็วขึ้นมาก
- ใช้ “ปุ่มอากาศหมุนเวียน” ให้ถูกจังหวะ
ในช่วงแรกที่เพิ่งเปิด A/C ให้กดใช้ “ปุ่มอากาศหมุนเวียนภายในรถ” (สัญลักษณ์รูปรถและมีลูกศรโค้งอยู่ข้างใน) เพื่อให้แอร์นำอากาศที่เริ่มเย็นแล้วภายในห้องโดยสาร มาหมุนเวียนทำความเย็นซ้ำ จะช่วยลดภาระของคอมเพรสเซอร์และทำให้ห้องโดยสารเย็นฉ่ำได้อย่างรวดเร็ว
- ปรับอุณหภูมิและความแรงพัดลมให้เหมาะสม เมื่อรู้สึกว่าอุณหภูมิในรถเย็นสบายแล้ว ให้ปรับลดความแรงของพัดลมลง และปรับอุณหภูมิไปที่ระดับที่เหมาะสม (ประมาณ 24-25 องศาเซลเซียส) ไม่จำเป็นต้องตั้งอุณหภูมิต่ำสุด และเปิดพัดลมแรงสุดตลอดเวลา เพราะจะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานตัด-ต่อบ่อยครั้งและสิ้นเปลืองน้ำมัน
- สลับไปรับอากาศภายนอกบ้าง (เมื่ออากาศดี)
หากขับขี่ทางไกล หรือเมื่อรู้สึกว่าอากาศภายในรถเริ่มอับ ควรปรับสวิตช์ไปที่โหมด “รับอากาศจากภายนอก” (สัญลักษณ์รูปรถและมีลูกศรตรงจากข้างนอกเข้ามา) สัก 5-10 นาที เพื่อให้ออกซิเจนจากภายนอกเข้ามาหมุนเวียน จะช่วยให้รู้สึกสดชื่นและลดการสะสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้
เคล็ดลับเพิ่มเติม การดูแลแอร์รถยนต์เพื่อความเย็นฉ่ำในระยะยาว
การใช้งานอย่างถูกวิธีเป็นเพียงส่วนหนึ่ง การบำรุงรักษาคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ แอร์รถ ของคุณเย็นฉ่ำและปราศจากกลิ่นอับไปได้อีกนาน
- ความสำคัญของ “ไส้กรองแอร์” ที่หลายคนมองข้าม
ไส้กรองแอร์ หรือ กรองแอร์ ทำหน้าที่ดักจับฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก ไม่ให้เข้าไปในระบบแอร์ เมื่อใช้ไปนาน ๆ ไส้กรองจะอุดตัน ทำให้ลมแอร์เบาลง และเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้ แอร์ไม่เย็นและมีกลิ่นอับชื้น เราควรเปลี่ยนไส้กรองแอร์ทุก ๆ 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร ซึ่งไส้กรองแอร์เป็นชิ้นส่วนที่สามารถเปลี่ยนเองได้ง่าย
ที่มา:https://www.facebook.com/photo?fbid=998651836150812&set=a.165714632777874&locale=th_TH
FAQ
คำถาม1 : ทำไมก่อนเปิดแอร์รถยนต์ถึงควรเปิดหน้าต่างทิ้งไว้สักพัก?
คำตอบ1: เพื่อเป็นการ “ระบายลมร้อน” ที่สะสมอยู่ภายในรถออกไปก่อนครับ หากเราเปิดแอร์ทันทีในขณะที่รถยังร้อนจัด แอร์จะต้องทำงานหนักมากเพื่อสู้กับอุณหภูมิที่สูง การเปิดกระจกไล่ความร้อนก่อนประมาณ 1-2 นาที จะช่วยลดภาระคอมเพรสเซอร์แอร์ ทำให้แอร์เย็นเร็วขึ้นและประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น
คำถาม2 : การตั้งอุณหภูมิแอร์ต่ำสุดช่วยให้รถเย็นเร็วขึ้นจริงหรือไม่?
คำตอบ2: การตั้งอุณหภูมิไปที่ระดับต่ำสุด (เช่น Lo หรือ 18°C) ไม่ได้ช่วยให้ลมที่ออกมาเย็นกว่าเดิม แต่จะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักต่อเนื่องไม่หยุด เทคนิคที่ถูกต้องคือ ตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสม (ประมาณ 25 องศา) และเน้นการ ปรับความเร็วพัดลมให้สูงขึ้น ในช่วงแรกเพื่อช่วยกระจายความเย็นให้ทั่วห้องโดยสาร
คำถาม3 :โหมดหมุนเวียนอากาศ (Recirculation) สำคัญอย่างไรต่อการประหยัดน้ำมัน?
คำตอบ3:การใช้โหมดหมุนเวียนอากาศภายในรถจะช่วยให้แอร์นำอากาศที่เย็นอยู่แล้วในห้องโดยสารกลับมาทำความเย็นซ้ำ แทนที่จะดึงอากาศร้อนจากภายนอกเข้ามาใหม่ วิธีนี้ช่วยลดภาระการทำงานของคอมเพรสเซอร์ได้อย่างมาก ส่งผลให้เครื่องยนต์กินน้ำมันน้อยลง
คำถาม4 :การจอดรถตากแดดมีผลต่อประสิทธิภาพของแอร์อย่างไร?
คำตอบ4: การจอดรถตากแดดทำให้วัสดุภายในรถสะสมความร้อนไว้สูงมาก เมื่อเริ่มใช้งานแอร์จึงต้องใช้พลังงานมหาศาลในการดึงความร้อนเหล่านั้นออกไป หากเลี่ยงไม่ได้ แนะนำให้ใช้ ม่านบังแดด หรือ ติดฟิล์มกรองแสงที่มีคุณภาพ เพื่อช่วยสะท้อนความร้อน จะช่วยให้แอร์ทำงานน้อยลงเมื่อสตาร์ทรถ
ติดตามข่าวสารดีๆเกี่ยวกับรถได้ที่
Line@ Click > >
@toyotakan1995
หากบทความนี้ดีมีประโยชน์ อย่าลืมกดปุ่มแชร์ด้านล่างให้เพื่อนๆของคุณกันนะคะ !